หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
วันนมัสการหลวงพ่อเงิน วันอังคาร วันพฤหัสบดี วันศุกร์ พร้อมด้วยดอกบัวหรือดอกมะลิ 9 ดอก หมาก 3 คำ จัดใส่พาน และธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีพุทธคุณของหลวงพ่อเงินคุ้มครอง ป้องกันภัยจากโจรผู้ร้าย ตลอดจนค้าขายของดีเลิศมีเมตตามหานิยม พุทธคุณของหลวงพ่อเงินเป็นที่รู้จักและเคารพนับถือของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะวัตถุมงคล อาทิเช่น รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมและพิมพ์ขี้ตา ไข่ปลาหน้าจอบ หน้าจอบเล็ก ตะกรุด และความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์ เป็นต้น ยังมีความอภินิหารอีกมากสุดที่จะนำมากล่าวนี้
คาถาบูชาหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
ให้ตั้ง นะโมฯ 3 จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา
สิทธิพุทธัง กิจจังมะมะ ผู้คนไหลมา นะชาลีติ
สิทธิธัมมัง จิตตังมะมะ ข้าวของไหลมา นะชาลีติ
สิทธิสังฆัง จิตตังมะมะ เงินทองไหลมา นะชาลีติ
ฉิมพลี มหาลาภัง ภะวันตุเม
คาถาหลวงพ่อเงิน สำหรับคงกระพัน ว่าดังนี้
พระพุทธัง พระเจ้าคงหนัง
พระธัมมัง พระเจ้าคงเนื้อ
พระสังฆัง พระเจ้าคงกระดูก
โอม เพชรคงคา ตรีคงสวาหะ
คาถาขอ อโหสิกรรม (ดีมาก)
พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติสัมพุทโธ
(กรรมใดๆๆก็ขอให้อโหสิกรรมต่อกันด้วยอานุภาพพระสัมพุทโธ)
เป็นคาถาที่หลวงพ่อ เงินบางคลานท่านได้เจริญภาวนาทุกวันก่อนบิณฑบาตว่ากันว่าเป็นการแผ่เมตตาไป ยังสัตว์โลกด้วยเพราะปรากฏว่าการเจริญพระคาถานี้ทำให้จระเข้ตัวหนึ่งที่ชื่อ ไอ้สีเลิกอาละวาดทำร้ายคนเดินเรือในแม่น้ำน่านเพราะว่าหลวงพ่อเงินท่านจะ ภาวนาทุกทีตอนที่บิณฑบาต (ทางเรือ) มันจะคอยว่ายน้ำตามเรือไม่ทำอะไรผู้คนจน บางทีถ้าหลวงพ่อเงินท่านจะข้ามแม่น้ำว่ากันว่ามันจะว่ายมาที่แล้วหลวงพ่อ เงินก็นั่งบนหลังมันข้ามน้ำไปได้ (เป็นคาถาเดียวกับที่สมเด็จโตใช้สะกด จระเข้) ผู้ที่เป็นเจ้าของวิชานี้คือหลวงพ่อใหญ่เมืองพิจิตรหนึ่งในอาจารย์ สมเด็จโตและคาถานี้หลวงพ่อไป๋วัดท่าหลวงได้ใช้เสกตะกรุดกระดูกแร้งจนลือ เลื่องด้วย
ที่มาของพระคาถานี้ว่ากันว่าที่สาวัตถี
มีตายาย สองคนมีอาชีพหาปลาตลอดชีวิตไม่เคยทำความดีเลย วันหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงทราบด้วยปรมาภิเษกสัมโพธิญาณว่าตากับยายคู่นี้เคยถวายสังฆทานแก่สมเด็จพระพุทธตัณหังกรมาก่อนแต่ ก็มีการยักยอกเงินในสมัยพระพุทธเมธังกรผลกรรมเลยต้องตกเป็นคนทุกข์ยากหลาย ชาติพระองค์เห็นว่าสองตายายนี้จะต้องตายไปใน7วัน จึงควรจะสอนให้ภาวนา เพื่อไม่ให้ไปทางอบายรุ่งเช้าพระพุทธองค์จึงทรงเสด็จไปที่ตากับยายพักอาศัย พอไปถึงพระองค์ทรงแสดงพระฉัพพรรณรังสีจนตายายสองคนเลื่อมใส่ได้ห่อข้าวยาคู ใส่บาตร พระองค์ทรงถามว่า อยากรวยไหมตากับยายก็บอกว่าอยาก พระองค์บอกว่า
ตถาคตจะให้คำภาวนาแล้วจะรวยตายายก็ดีใจแต่ต้องนั่งบ่นภาวนาไปนะห้ามจับปลานะ ตายยายทั้งสองก็รับคำก็นั่งภาวนาคำที่พระพุทธเจ้าทรงให้ก็คือ พุทโธ กัมมัฏฐาโมกรรมมะจุติ สัมพุทโธ ตายายก็ภาวนา ผ่านไปสิ้น 7 วันทั้งสองก็ตายลง นายนิริยบาลมารับตัวไปแต่จิตที่ภาวนาไว้ก่อน ตายทำให้ดวงวิญญาณทั้งสองจิตจับที่คำภาวนา
ภาวนาไปตลอดทางพอไปสำนักพระยายมราช นายบัญชีก็อ่านความดีความเลวของดวงวิญญาณทั้งสองและเรียกวิญญาณกุ้ง ปลา เต่า ที่ตายายเคยฆ่ามาให้การปรากฏว่าไม่มีใครมาก็มีเต่ามาบอกว่าเธอทั้งสองภาวนาคาถา นี้เป็นการแผ่เมตตาขออโหสิกรรมฉันไม่โกรธเธอหรอกอโหสิกรรมให้
แล้วเต่าก็ เดินจากไป พระยายมราชจึงเสด็จลงมาจากบัลลังก์ตรัสว่า ไม่มีเจ้าทุกข์ตายายใส่บาตรองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเกิดที่จาตุมหาราชิกาได้ ตายายก็งงว่าตนได้ฆ่ากุ้งปลาเต่ามามากมายทำไมได้ไปสวรรค์ พระยายมราชบอกว่าก็พระที่พวกเจ้าเจอ คือองค์พระพุทธเจ้าและคาถาที่ให้
พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติ สัมพุทโธ แปลว่ากรรมใดๆๆก็ขอให้อโหสิกรรมต่อกันด้วยอานุภาพพระสัมพุทโธ นะสิ พวกโจทก์ก็เลยอโหสิกรรมหมด ท่านก็ว่าดวงจิตเจ้าทั้งสองผูกกับคำภาวนานี้ผู้ ถึงพระพุทโธเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน ไม่อาจลงอบายภูมิได้ไปได้จตุมหาราชิกา ขึ้นไป
หลังจากนั้นพระโมคคัลลานะได้ไปพบเทพบุตรเทพธิดาทั้งสองนี้ จึงได้จดจำพระคาถานี้ไว้ตกทอดมายังพระครูใหญ่วัดเมืองพิจิตรอาจารย์สมเด็จ พระพุฒาจารย์โตและหลวงพ่อเงินบางคลานอีกทีได้เรียนกันจำสืบมา”
